บลูกากูน ที่ประเทศลาว

การเดินทางท่องเที่ยว บลูกากูน ที่ประเทศลาว

การมาท่องเที่ยวคนเดียวเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับใครหลายๆคนต่างคนก็ต่างมีความกลัวที่แตกต่างกันออกไปกลัวที่จะผิดหวังกลัวที่จะผิดพลาดกลัวที่จะเหงาแต่ผมคิดนะว่าถ้าคุณมาเพราะความเหงาคุณก็จะได้ความเหงากลับไปแต่ถ้าคุณมาเพราะความตื่นเต้นคุณก็จะได้ความตื่นเต้นกลับไปนี่คงเป็นกฏเกณฑ์ที่ผมใช้ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆและผมก็มาถึงสพานส้มสะพานที่เอาไว้ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำซองจุดที่นักท่องเที่ยวใครหลายคนนิยมเข้ามาท่องเที่ยวถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ

ผมนั่งอยู่ที่นี่สักพักก็มีพี่น้องชาวไทยมาให้ผมถ่ายรูปจนบางคนผมถึงกับไปถ่ายให้เองเลยมาเที่ยวกันทั้งทีเดี๋ยวจะมีรูปไม่ครบคนกันเปล่าๆสิ่งที่ตลกที่สุดในการมาเที่ยวประเทศลาวคือผมไม่รู้สึกว่าผมอยู่ต่างประเทศเลยนี่คงเป็นสิ่งที่ขยายความคำว่าบ้านพี่เมืองน้องได้เป็นอย่างดี วังเวียงมีสถานที่ธรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามมากหลายครัง้ที่ผมต้องซ่อนยิ้มเวลาผมเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามแบบนี้

มันคงเป็นความสุขเล็กๆที่ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดเผยให้ใครเห็นนักและผมก็มาถึงบันได147ขั้นเพื่อที่จะขึ้นไปยัง  ถ้ำจัง คำว่าจังใน ณ ที่นี้มีความหมายว่าหนาวเย็นจนตัวสั่นในสมัยศตวรรษที่19ถ้ำนี้ได้ถูกใช้เพื่อเป็นการหลบซ่อนการปล้นสะดมของชาวจีนฮ่อ คำว่าจัง ในที่นี่จึงมีความหมายว่า อดทน ภายในถ้ำมีอากาศที่ชื้นและเย็นหินงอกหินย้อยจะพบเห็นได้อยู่ในระหว่างทาง

เช้านี้ก็คงจะเป็นเช้าที่ดีอีกครั้งในชีวิตผมในวัยเด็กผมมักจะมีช่วงเวลาที่ดีกับเช้าในวันหยุดที่ผมตื่นขึ้นมาในห้องนอนของแม่พร้อมกับรายการการ์ตูนโปรดในวัยทที่รู้จักโลกใบนนี้น้อยเหลือเกินแต่ความสุขกลับไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่ต้องเดินทางออกไปหา เหมือนในวันนี้การนำพาตัวเองมาพบกับโลกแห่งการเดินทางได้กลายมาเป็นการค้นหาจิ๊กซอว์ในสถานที่ต่างๆ

ภายในตัวผมและแดดในตอนกลางวันที่วังเวียงเผาลงมาที่ตัวผมอย่างเต็มที่ในความร้อนแบบนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมจะเดินทางไปยัง บลูกากูน สถานที่มีแหล่งน้ำใสและโอบล้อมไปด้วยภูเขาและธรรมชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ในท่องเทียวที่จะเดินทางมายังวังเวียงสถานที่แห่งนี้ชาวบ้านในระแวกนั้นในเริ่มออกมาทำงานเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่และผมก็มายัง บลูกากูน  บลูกากูน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวังเวียงเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย  next88